นายภคิน เอกอธิคม ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรอาคาร บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หัวเรือหลักของธุรกิจ ‘ทัช พร็อพเพอร์ตี้’ บริการด้านระบบวิศวกรรมอาคารครบวงจรในเครือพลัสฯ เปิดเผยถึงขั้นตอนในการตรวจสอบอาคารหลังเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นไปตามคู่มือการสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ว่าการสำรวจความเสียหายสามารถแบ่งได้เป็น 2 ระดับ คือ การสำรวจขั้นต้น และ การสำรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญในจุดที่อาจเกิดอันตรายกับโครงสร้างอาคาร
1.การสำรวจขั้นต้น เป็นการประเมินว่าความเสียหายที่พบมีผลกระทบต่อตัวอาคารหรือไม่ ซึ่งการเข้าตรวจประเมินขั้นต้นนี้ จะใช้ผู้ที่มีความความเข้าใจพื้นฐานในเรื่องวิศวกรรมโครงสร้าง อย่างบริษัทผู้ตรวจสอบอาคารที่ปกติจะมีการเข้าตรวจอาคารประจำปีให้กับอาคารอยู่แล้วมาเป็นผู้ตรวจให้ โดยบริษัทตรวจสอบอาคารมีการขึ้นทะเบียนรับรองโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว จะเป็นผู้เข้าตรวจพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ ในขั้นต้นนี้สามารถสำรวจด้วยตาเปล่า (visual check) โดยจะตรวจดูความเสียหายของสภาพอาคารที่อาจส่งผลกระทบต่ออาคารที่กำลังประเมิน ความเสียหายเมื่อสังเกตจากภายนอกอาคาร และ ความเสียหายของโครงสร้างอาคาร ได้แก่ พื้น คาน เสา กำแพง โครงหลังคา ผนังก่อ ฝ้า เพดาน และ วัสดุมุงหลังคา
การประเมินความเสียหายขั้นต้นของอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้ ผู้ตรวจส่วนใหญ่ใช้แบบสำรวจความเสียหายขั้นต้นของโครงสร้างอาคารหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ของกรมโยธาธิการและผังเมืองกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2560 โดยแบ่งระดับความเสียหายของอาคารเป็น 3 ระดับ:
1.ระดับสีเขียว โครงสร้างอาคารมีความเสียหายเล็กน้อยหรือไม่มีความเสียหาย สามารถใช้งานได้ปกติ
2.ระดับสีเหลือง โครงสร้างอาคารมีความเสียหายปานกลาง สามารถใช้งานได้แต่ต้องระมัดระวังภัยจากเศษวัสดุร่วงหล่นจากชิ้นส่วนโครงสร้างและส่วนประกอบต่างๆ ของอาคาร
3.ระดับสีแดง โครงสร้างอาคารมีความเสียหายอย่างหนักและอาจเกิดการพังถล่มได้ หรืออาคารมีสภาพที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงไม่สามารถให้ใช้งานอาคารต่อไปได้หากตรวจสอบขั้นต้นแล้วพบว่าอาคารอยู่ในระดับสีเขียว ก็สามารถให้ผู้คนกลับเข้าใช้งานอาคารได้ตามปกติ ส่วนระดับสีเหลือง สามารถกลับไปใช้งานอาคารได้ แต่อาจต้องมีการเฝ้าระวังและดำเนินการซ่อมแซมเร่งด่วนในจุดที่เกิดความเสียหาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้อาคาร แต่หากเข้าขั้นระดับสีแดง จะต้องปิดอาคารทันที งดผู้คนเข้าอาคารอย่างเด็ดขาด เนื่องจากอาคารเสียรูป และสูญเสียประสิทธิภาพในการรับน้ำหนัก และต้องเข้ากระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นลำดับถัดไป
2.การสำรวจอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะดำเนินการเฉพาะกับอาคารที่ได้รับการตรวจสอบขั้นต้นแล้วพบว่ามีความเสียหายซึ่งอาจเป็นอันตรายได้หากมีการใช้งานอาคารต่อไป (ระดับสีแดง) หรือในบางอาคารที่ต้องการความเชื่อมั่นสูง ต้องมีการตรวจรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญก็สามารถทำได้ โดยอาศัยวิศวกรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการประเมินความเสียหายของอาคารเป็นผู้ทำการสำรวจ เช่น วิศวกรโยธา เข้าสำรวจอย่างละเอียด ซึ่งจะมีความซับซ้อนและอาจต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบขั้นสูงเพื่อประเมินสมรรถนะของตัวอาคาร
ทั้งนี้ เมื่อทราบผลการตรวจประเมินความเสียหายของอาคารแล้ว ก็จะต้องรายงานให้กับหน่วยราชการ ซึ่งในขณะนี้หน่วยงานราชการท้องถิ่นมีการแจ้งหนังสือขอความร่วมมือเจ้าของอาคาร/ผู้ครอบครองอาคารให้ดำเนินการตรวจสอบอาคาร และให้รายงานความเสียหาย พร้อมประเมินวิธีการปรับปรุง แก้ไข ซ่อมแซม หรือ เสริมกำลังของอาคาร เพื่อให้อาคารมีความปลอดภัย มั่นคง แข็งแรงต่อการใช้งานตามหลักวิศวกรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าใช้อาคารได้อย่างปลอดภัย ส่วนนี้ก็เข้ามาช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงความโปร่งใส และเชื่อใจได้ในการตรวจสอบอาคาร
“ปัจจุบัน อาคารที่ได้รับการตรวจสอบขั้นต้นในประเทศไทยแทบทั้งหมดอยู่ในระดับสีเขียวและสีเหลือง ซึ่งหมายความว่ายังสามารถใช้งานได้ภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย กระบวนการตรวจสอบเบื้องต้นที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการรับรอง อาศัยการสังเกตทางกายภาพเป็นหลัก ทั้งนี้ เป็นไปตามแนวทางมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มองว่าภาพรวมอาคารของประเทศไทย สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ในเกณฑ์ดี ขณะที่มาตรการติดตามและซ่อมแซมอย่างเป็นขั้นตอน จะช่วยเสริมความมั่นใจให้ประชาชนว่าสามารถกลับมาใช้งานอาคารได้อย่างปลอดภัยภายใต้หลักวิศวกรรมที่เหมาะสม” นายภคินกล่าวทิ้งท้าย